ค่า pH สระว่ายน้ำ เป็นค่าที่ใช้บอกว่าน้ำมีความเป็นกรดหรือด่างมากเพียงใด หากค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป อาจทำให้คลอรีนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ น้ำขุ่น เกิดตะกรัน ระคายเคืองผิวหนัง รวมถึงทำให้อุปกรณ์และพื้นผิวสระเสื่อมเร็วขึ้น
ช่วงค่า pH ที่ใช้ดูแลสระโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 7.2–7.8 โดยหลายสระนิยมควบคุมให้อยู่ใกล้ 7.2–7.6 เพื่อให้คลอรีนทำงานได้ดี ผู้ใช้งานรู้สึกสบาย และลดความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนหรือการเกิดตะกรัน ทั้งนี้ควรพิจารณาค่าคลอรีน ความเป็นด่างรวม และสภาพน้ำร่วมกันด้วย

เมื่อพบว่าค่า pH สระว่ายน้ำผิดปกติ ไม่ควรเทกรดหรือสารเพิ่ม pH ลงไปโดยประมาณ ควรตรวจค่าด้วยชุดทดสอบ คำนวณปริมาตรน้ำ และปรับทีละน้อยก่อนตรวจซ้ำ
สำหรับสระว่ายน้ำทั่วไป ควรรักษาค่า pH ให้อยู่ในช่วงประมาณ 7.2–7.8 โดยช่วง 7.2–7.6 เป็นช่วงที่นิยมใช้ในการดูแลสระบ้าน พูลวิลลา โรงแรม และรีสอร์ต
หากค่า pH สระว่ายน้ำอยู่ในช่วงเหมาะสม จะช่วยให้
คลอรีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลดโอกาสเกิดตะไคร่และน้ำขุ่น
ลดการระคายเคืองตาและผิวหนัง
ลดการกัดกร่อนของอุปกรณ์
ลดการเกิดตะกรันตามกระเบื้องและระบบกรอง
ช่วยควบคุมค่าน้ำได้ง่ายขึ้น
ไม่ควรดูเฉพาะค่า pH เพียงค่าเดียว เพราะค่าความเป็นด่างรวมหรือ Total Alkalinity มีหน้าที่ช่วยพยุงค่า pH หากค่าความเป็นด่างต่ำเกินไป ค่า pH อาจแกว่งขึ้นลงเร็วหลังเติมสารเคมีหรือหลังฝนตก
ค่า pH สระว่ายน้ำสูง หมายถึงน้ำมีความเป็นด่างมากเกินไป โดยมักพบค่าเกินประมาณ 7.8 ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาต่อไปนี้
เมื่อค่า pH สูง ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อของคลอรีนจะลดลง แม้ตรวจพบว่ามีคลอรีนอยู่ในน้ำ สระก็ยังอาจเริ่มขุ่น เขียว หรือมีตะไคร่ได้ง่ายขึ้น
ค่า pH สระว่ายน้ำที่สูงร่วมกับค่าแคลเซียมหรือความเป็นด่างสูง อาจทำให้แคลเซียมตกตะกอน น้ำมีลักษณะขาวขุ่น และเกิดคราบแข็งตามแนวน้ำ กระเบื้อง หัวจ่าย ระบบทำความร้อน หรือภายในถังกรอง
ตะกรันอาจสะสมในทรายกรอง ท่อ ใบพัดปั๊ม และอุปกรณ์ต่าง ๆ ทำให้อัตราการไหลลดลง แรงดันถังกรองสูงขึ้น และระบบหมุนเวียนทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
น้ำที่มีค่า pH สูงเกินไปอาจทำให้รู้สึกผิวแห้ง ระคายเคืองตา หรือน้ำมีความรู้สึกลื่นผิดปกติ แม้สระจะยังดูใสก็ตาม
ค่า pH สระว่ายน้ำต่ำกว่า 7.2 หมายถึงน้ำเริ่มมีความเป็นกรดมากเกินไป หากปล่อยไว้นานอาจสร้างความเสียหายต่อสระและอุปกรณ์ได้
น้ำที่มีค่า pH ต่ำอาจกัดกร่อนบันไดสแตนเลส ระบบท่อ อุปกรณ์โลหะ เครื่องทำความร้อน และชิ้นส่วนภายในปั๊ม จนอาจเกิดสนิม รอยรั่ว หรืออายุการใช้งานสั้นลง
ค่า pH สระว่ายน้ำต่ำต่อเนื่องอาจกัดผิวปูน ยาแนว หรือพื้นผิวบางประเภท ทำให้ผิวสระหยาบ สีซีด เกิดรอยด่าง หรือมีวัสดุหลุดร่อน
แม้คลอรีนจะออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นเมื่อ pH ลดลง แต่ในสภาพน้ำที่เป็นกรดมากเกินไป คลอรีนอาจสูญเสียเร็วและควบคุมระดับได้ยาก ทำให้ต้องเติมสารเคมีบ่อยขึ้น
ผู้ใช้งานอาจรู้สึกแสบตา คันผิว ระคายเคือง หรือไม่สบายตัว โดยเฉพาะสระที่มีค่า pH ต่ำร่วมกับคลอรีนสูง
ค่า pH สระว่ายน้ำอาจสูงขึ้นจากหลายปัจจัย ได้แก่

เติมโซดาแอชหรือสารเพิ่ม pH มากเกินไป
ใช้คลอรีนบางชนิดที่มีความเป็นด่าง
ระบบน้ำล้น น้ำตก หรือหัวพ่นทำให้น้ำสัมผัสอากาศมาก
ค่า Total Alkalinity สูงเกินไป
เติมน้ำใหม่ที่มีค่า pH สูง
ปูนหรือพื้นผิวสระใหม่ดันค่า pH ขึ้น
ปรับค่าน้ำโดยไม่ตรวจซ้ำ
เติมสารเคมีหลายชนิดใกล้กันเกินไป
สระคอนกรีตที่เพิ่งสร้างหรือเพิ่งฉาบผิวใหม่อาจมีค่า pH สูงขึ้นซ้ำในช่วงแรก จึงควรตรวจและปรับเป็นระยะ ไม่ควรเติมกรดจำนวนมากเพียงครั้งเดียว
สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่
เติมกรดเกลือหรือสารลด pH มากเกินไป
ใช้คลอรีนชนิดที่มีความเป็นกรดต่อเนื่อง
ค่า Total Alkalinity ต่ำ
ฝนตกหนักและน้ำฝนลงสระจำนวนมาก
เติมน้ำต้นทางที่มีค่า pH ต่ำ
มีสารอินทรีย์หรือสิ่งปนเปื้อนสะสม
ไม่ได้ตรวจค่าน้ำหลังเติมสารเคมี
เครื่องจ่ายกรดอัตโนมัติทำงานผิดปกติ
หากค่า pH สระว่ายน้ำลดลงเร็วเป็นประจำ ควรตรวจ Total Alkalinity และระบบจ่ายสารเคมีก่อนเพิ่ม pH เพราะการเติมสารแก้เฉพาะหน้าอาจทำให้ค่ากลับมาแกว่งอีก
สามารถตรวจได้ด้วยชุดน้ำยา แถบทดสอบ หรือเครื่องวัดดิจิทัล โดยควรเก็บตัวอย่างน้ำจากบริเวณที่น้ำหมุนเวียน ไม่เก็บตรงจุดที่เพิ่งเติมสารเคมี
ขั้นตอนเบื้องต้น ได้แก่
เปิดระบบหมุนเวียนน้ำให้ทำงาน
เก็บตัวอย่างน้ำลึกจากผิวน้ำเล็กน้อย
ตรวจค่า pH ตามวิธีของอุปกรณ์
ตรวจค่า Free Chlorine และ Total Alkalinity ร่วมด้วย
บันทึกค่าก่อนเติมสารเคมี
ตรวจซ้ำหลังปรับและเปิดระบบหมุนเวียนแล้ว
สำหรับสระบ้านควรตรวจค่า pH อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง และเพิ่มความถี่หลังฝนตกหนัก มีผู้ใช้งานจำนวนมาก หรือเพิ่งปรับสารเคมี ส่วนสระสาธารณะควรตรวจถี่ตามช่วงเวลาใช้งานและข้อกำหนดของสถานที่
หากตรวจแล้วพบว่าค่า pH สระว่ายน้ำสูง สามารถใช้สารลด pH ที่ออกแบบสำหรับสระว่ายน้ำ เช่น กรดเกลือหรือสารลด pH ชนิดแห้ง โดยต้องคำนวณตามปริมาตรน้ำ ความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ และค่า Total Alkalinity
ขั้นตอนที่ควรทำ ได้แก่
ตรวจค่า pH และ Total Alkalinity
คำนวณปริมาตรน้ำในสระ
อ่านอัตราการใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์
ปิดสระไม่ให้มีผู้ใช้งานระหว่างปรับ
เปิดระบบหมุนเวียนน้ำ
เติมสารตามวิธีที่ผู้ผลิตกำหนด
รอให้น้ำหมุนเวียนทั่วก่อนตรวจซ้ำ
ปรับเพิ่มเติมทีละน้อยหากยังสูง
ไม่ควรเทกรดเข้มข้นกองไว้ที่พื้นสระ เพราะอาจทำลายกระเบื้อง ยาแนว หรือผิวสระ และห้ามนำกรดไปผสมกับคลอรีนโดยเด็ดขาด

เมื่อค่า pH สระว่ายน้ำต่ำ สามารถใช้สารเพิ่ม pH เช่น โซเดียมคาร์บอเนตหรือโซดาแอชตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนการปรับ ได้แก่
ตรวจค่า pH และ Total Alkalinity
ตรวจว่าความเป็นด่างต่ำร่วมด้วยหรือไม่
คำนวณปริมาตรน้ำ
เติมสารเพิ่ม pH ในปริมาณน้อยก่อน
เปิดระบบกรองให้น้ำหมุนเวียน
รอตามเวลาที่ฉลากกำหนด
ตรวจค่า pH ซ้ำก่อนเติมเพิ่ม
หากค่า pH และ Total Alkalinity ต่ำพร้อมกัน อาจต้องแก้ค่าความเป็นด่างก่อนตามสภาพน้ำจริง เพราะการเติมโซดาแอชจำนวนมากอาจทำให้ pH เพิ่มเร็วเกินไปและเกิดน้ำขุ่นได้
ค่า pH ที่ตรวจพบ | ผลที่อาจเกิดขึ้น | แนวทางเบื้องต้น |
|---|---|---|
ต่ำกว่า 7.2 | กัดกร่อน ระคายเคือง ผิวสระเสียหาย | ตรวจ TA และใช้สารเพิ่ม pH |
7.2–7.6 | อยู่ในช่วงเหมาะสมสำหรับสระทั่วไป | รักษาระดับและตรวจสม่ำเสมอ |
7.6–7.8 | ยังอยู่ในช่วงใช้งานได้ แต่ควรติดตาม | ตรวจคลอรีนและแนวโน้มค่า pH |
สูงกว่า 7.8 | คลอรีนทำงานลดลง น้ำขุ่น เกิดตะกรัน | ใช้สารลด pH ตามผลตรวจ |
ค่าแกว่งขึ้นลงเร็ว | ค่า Total Alkalinity อาจไม่สมดุล | ตรวจและปรับ TA ก่อน |
หลังเติมสารปรับค่า pH ควรเปิดระบบหมุนเวียนให้น้ำผสมทั่วสระ และรอตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนตรวจซ้ำ ไม่ควรรีบเติมสารรอบต่อไปทันที เพราะสารเคมีอาจยังผสมไม่ทั่ว ทำให้ค่าที่ตรวจได้คลาดเคลื่อน
ระยะเวลารอขึ้นอยู่กับชนิดสาร ปริมาตรน้ำ ระบบหมุนเวียน และปริมาณที่เติม หากเป็นสระขนาดใหญ่หรือหัวจ่ายน้ำหมุนเวียนไม่ทั่ว อาจใช้เวลานานกว่าสระขนาดเล็ก
ก่อนเปิดให้ลงว่ายควรตรวจค่า pH คลอรีน และความใสของน้ำอีกครั้ง พร้อมตรวจว่าไม่มีสารเคมีตกค้างบริเวณพื้นสระ
ห้ามผสมกรดกับคลอรีน
ห้ามเติมสารหลายชนิดพร้อมกัน
ห้ามใช้มือเปล่าสัมผัสสารเคมี
สวมถุงมือ แว่นตา และอุปกรณ์ป้องกันตามฉลาก
เก็บสารเคมีในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท
ใช้ภาชนะและอุปกรณ์แยกแต่ละชนิด
ไม่เติมสารโดยประมาณจากสีของน้ำ
ไม่เทกรดเข้มข้นกองที่พื้นสระ
ไม่เปิดให้ลงว่ายระหว่างปรับค่าน้ำ
ไม่เติมเกินปริมาณเพื่อหวังให้ค่าเปลี่ยนเร็ว
การผสมกรดกับผลิตภัณฑ์คลอรีนอาจก่อให้เกิดก๊าซอันตราย จึงควรเก็บ แยกใช้ และเติมสารตามขั้นตอนความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ค่า pH สระว่ายน้ำควรอยู่ประมาณ 7.2–7.8 หากสูงเกินไป คลอรีนอาจทำงานลดลง น้ำขุ่น และเกิดตะกรัน หากต่ำเกินไป น้ำอาจกัดกร่อนอุปกรณ์ ทำลายผิวสระ และระคายเคืองผู้ใช้งาน
ก่อนปรับค่า pH ควรตรวจค่า Free Chlorine และ Total Alkalinity ร่วมด้วย จากนั้นคำนวณปริมาตรน้ำ ใช้ผลิตภัณฑ์ตามฉลาก และปรับทีละน้อย พร้อมเปิดระบบหมุนเวียนและตรวจซ้ำ
การควบคุมค่า pH สระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้น้ำใส คลอรีนทำงานดี ลดการใช้สารเคมี และยืดอายุปั๊ม ถังกรอง ท่อ รวมถึงวัสดุภายในสระ
ไม่ควรรีบเติมคลอรีนเพิ่มโดยยังไม่ปรับ pH เพราะค่า pH สูงทำให้คลอรีนทำงานได้ลดลง ควรตรวจและปรับ pH ก่อน แล้วจึงตรวจคลอรีนซ้ำ
ไม่ควรลงว่ายจนกว่าจะปรับค่า pH กลับสู่ช่วงเหมาะสม เพราะน้ำอาจระคายเคืองและกัดกร่อนอุปกรณ์หรือพื้นผิวสระ
อาจเกิดจาก Total Alkalinity สูง น้ำต้นทางมี pH สูง พื้นผิวปูนใหม่ ระบบน้ำตก หรือการใช้สารเคมีบางชนิดอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุสำคัญอาจมาจาก Total Alkalinity ต่ำ ทำให้น้ำไม่มีความสามารถในการพยุงค่า pH ควรตรวจ TA ร่วมด้วย
ค่า pH สระว่ายน้ำสูงหรือต่ำบ่อย น้ำเริ่มขุ่น มีตะกรัน หรือเติมสารแล้วค่าไม่คงที่ ส่งรูปสระ ขนาดสระ และผลตรวจค่าน้ำมาให้ Perfect Pool ช่วยประเมินเบื้องต้นได้

ทีมงานพร้อมตรวจค่า pH คลอรีน Total Alkalinity ระบบกรอง และสาเหตุที่ทำให้ค่าน้ำผิดปกติ พร้อมปรับสภาพน้ำตามปริมาตรจริง ช่วยลดการเติมสารเคมีผิดชนิด และทำให้สระกลับมาใสพร้อมใช้งานอย่างมั่นใจ
สนใจติดต่อบริการดูแลสระ สร้างสระน้ำ ซ่อมแซมสระน้ำ
โทร: 065-532-4282
LINE: @pfpool
FB :รับดูแลสระว่ายน้ำเชียงใหม่ รับสร้างสระว่ายน้ำ เชียงใหม่ Perfect Pool