หลายคนเจอปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว แม้จะเพิ่มคลอรีนเข้าไปหลายครั้ง แต่น้ำก็ยังไม่กลับมาใส บางสระยิ่งเติมคลอรีน น้ำกลับยิ่งเขียวเข้มหรือเปลี่ยนเป็นสีเหลืองน้ำตาล ทำให้เจ้าของสระไม่แน่ใจว่าควรเติมสารเคมีเพิ่ม ล้างกรอง หรือถ่ายน้ำออกทั้งหมด
ความจริงแล้ว ปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ไม่ได้เกิดจากคลอรีนน้อยเพียงสาเหตุเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับค่า pH ที่ไม่เหมาะสม ระบบกรองทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ตะไคร่น้ำสะสม สารคงสภาพคลอรีนสูงเกินไป หรือมีโลหะปนอยู่ในน้ำ

เมื่อเกิดอาการ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว สาเหตุที่พบบ่อยสามารถแบ่งได้เป็น 7 ข้อหลัก ดังนี้
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว คือค่า pH ในสระสูงเกินไป
ในกรณี ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว แม้จะตรวจพบว่ามีคลอรีนอยู่ในน้ำ แต่หากค่า pH สูง คลอรีนจะฆ่าเชื้อและกำจัดตะไคร่น้ำได้ลดลง ทำให้เจ้าของสระรู้สึกว่าใส่คลอรีนเท่าไรก็ไม่เห็นผล
ค่า pH ที่เหมาะสมสำหรับสระว่ายน้ำโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 7.2–7.6 หากค่า pH สูงกว่า 7.8 ควรปรับค่า pH ลงก่อนทำการช็อกคลอรีน
หากใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ควรทำดังนี้
ตรวจค่า pH ก่อนเติมคลอรีนทุกครั้ง
ปรับค่า pH ให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม
เติมสารเคมีทีละชนิด
เปิดระบบหมุนเวียนน้ำให้สารเคมีกระจายตัว
ไม่ควรเทกรดและคลอรีนพร้อมกันหรือในจุดเดียวกัน เพราะอาจเกิดก๊าซอันตรายและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
อีกสาเหตุของปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว คือคลอรีนที่ใส่ลงไปถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วในการกำจัดสิ่งสกปรก เช่น
ตะไคร่น้ำ
เศษใบไม้
ฝุ่นและดิน
เหงื่อและครีมกันแดด
น้ำฝน
อินทรียวัตถุจากสิ่งแวดล้อม
เมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว คลอรีนที่เติมลงไปอาจหมดก่อนที่จะกำจัดตะไคร่น้ำได้ทั้งหมด น้ำจึงยังคงเป็นสีเขียว
ควรตรวจทั้งค่า Free Chlorine หรือคลอรีนอิสระ และ Total Chlorine หรือคลอรีนรวม ไม่ควรดูเพียงว่ามีคลอรีนอยู่ในน้ำหรือไม่
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว และน้ำมีสีเขียวมาก อาจต้องช็อกคลอรีนตามปริมาตรน้ำและความรุนแรงของปัญหา พร้อมเปิดระบบกรองต่อเนื่อง
กรณี ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว การใส่คลอรีนเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถกำจัดตะไคร่น้ำที่เกาะแน่นตามพื้น ผนัง บันได และมุมอับของสระได้
ตะไคร่บางส่วนจะสร้างชั้นเมือกป้องกันตัวเอง ทำให้สารเคมีเข้าไปทำลายได้ยาก หากไม่แปรงพื้นและผนัง ตะไคร่จะหลุดออกมาและเพิ่มจำนวนในน้ำอีกครั้ง
หากใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว วิธีแก้มีดังนี้
ใช้แปรงขัดพื้นและผนังสระให้ทั่ว
เน้นบริเวณมุมสระ บันได ร่องกระเบื้อง และจุดที่น้ำไหลเวียนไม่ถึง
ดูดตะกอนออกจากสระ
ล้างถังกรองหรือทำ Backwash
เปิดระบบกรองต่อเนื่องจนกว่าน้ำจะใสขึ้น
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว และไม่ได้ขัดตะไคร่ออกจากผิวสระ ต่อให้เติมคลอรีนเพิ่ม น้ำก็อาจกลับมาเขียวได้อีก
เมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ต้องเข้าใจก่อนว่าคลอรีนมีหน้าที่ฆ่าเชื้อและทำลายตะไคร่น้ำ ส่วนระบบกรองมีหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกและซากตะไคร่ออกจากน้ำ
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว และระบบกรองมีปัญหา น้ำอาจเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นขุ่นขาวหรือเขียวขุ่น แม้ว่าตะไคร่จะเริ่มตายแล้วก็ตาม

ปั๊มสระทำงานปกติหรือไม่
แรงดันบนถังกรองสูงผิดปกติหรือไม่
ทรายกรองหมดอายุหรือจับตัวแข็งหรือไม่
ไส้กรองสกปรกหรืออุดตันหรือไม่
เปิดวาล์วระบบถูกตำแหน่งหรือไม่
ระยะเวลาเปิดเครื่องกรองเพียงพอหรือไม่
มีอากาศเข้าระบบหรือไม่
หัวจ่ายน้ำมีแรงดันและน้ำไหลเวียนทั่วสระหรือไม่
หลังช็อกคลอรีนควรเปิดระบบกรองต่อเนื่องตามความเหมาะสม และตรวจแรงดันถังกรองเป็นระยะ หากแรงดันสูงขึ้นควรทำ Backwash หรือล้างไส้กรอง
ในบางสระที่ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ค่า CYA หรือ Cyanuric Acid อาจเป็นสาเหตุ เพราะ CYA ช่วยป้องกันคลอรีนไม่ให้ถูกแสงแดดทำลายเร็วเกินไป แต่หากมีค่าสูงมาก คลอรีนจะทำงานช้าลง
ปัญหานี้มักเกิดกับสระที่ใช้คลอรีนชนิดมีสารคงสภาพต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่ได้ตรวจค่า CYA หรือเปลี่ยนน้ำบางส่วน
ตรวจพบคลอรีน แต่ยังมีตะไคร่
น้ำกลับมาเขียวบ่อย
เติมคลอรีนแล้วเห็นผลช้า
ต้องใช้คลอรีนมากขึ้นเรื่อย ๆ
น้ำสะอาดชั่วคราวแล้วกลับมาเขียวอีก
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว และสงสัยว่าค่า CYA สูง ควรตรวจด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม และอาจต้องถ่ายน้ำบางส่วนออกแล้วเติมน้ำใหม่ ไม่ควรแก้ด้วยการเติมคลอรีนเพิ่มเพียงอย่างเดียว
เมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ไม่ได้หมายความว่าน้ำมีตะไคร่เสมอไป โดยเฉพาะสระที่ใช้น้ำบาดาล น้ำจากแหล่งธรรมชาติ หรือเคยเติมสารกำจัดตะไคร่ที่มีทองแดง
คลอรีนอาจทำปฏิกิริยากับโลหะในน้ำ ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีต่าง ๆ เช่น
สีเขียวใส
สีเหลือง
สีส้ม
สีน้ำตาล
สีชา
สีแดงน้ำตาล
วิธีสังเกตเมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว คือ หากน้ำมีสีเขียวแต่ยังมองเห็นพื้นสระชัด ผนังไม่ลื่น และไม่มีตะไคร่เกาะมาก อาจเกี่ยวข้องกับโลหะในน้ำมากกว่าตะไคร่
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว จากโลหะ ไม่ควรเติมคลอรีนแรง ๆ ซ้ำทันที เพราะอาจทำให้โลหะตกตะกอนและเกิดคราบติดกระเบื้องหรือผิวสระ ควรตรวจแหล่งน้ำ ตรวจค่าโลหะ และพิจารณาใช้สารจับโลหะหรือ Metal Remover ตามความเหมาะสม
ช่วงหน้าฝน ปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ เพราะน้ำฝนพาฝุ่น ดิน ใบไม้ เชื้อรา และสิ่งสกปรกลงสระ พร้อมทำให้ค่าเคมีในน้ำเปลี่ยนแปลง
หลังฝนตกหนักอาจพบว่า
ค่า pH เปลี่ยน
คลอรีนลดลงเร็ว
น้ำล้นออกจากสระ
สิ่งสกปรกเพิ่มขึ้น
ระบบกรองรับภาระหนัก
ตะไคร่เริ่มเติบโต
น้ำกลายเป็นสีเขียวในเวลาไม่นาน
ดังนั้น หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว หลังฝนตก ควรตักเศษใบไม้ ตรวจค่า pH และคลอรีน เปิดระบบกรอง และทำความสะอาดสระทันที
เมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ควรแก้ปัญหาตามลำดับ ไม่ควรเริ่มจากการเติมคลอรีนเพิ่มทันที เพราะอาจทำให้ค่าน้ำยิ่งเสียสมดุล
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ให้เริ่มจากสังเกตลักษณะของน้ำ
น้ำขุ่น
พื้นหรือผนังลื่น
มีคราบเขียวเกาะ
มองพื้นสระไม่ชัด
ตะกอนฟุ้งเมื่อใช้แปรงขัด
น้ำอาจมีสีเขียวใส
ยังมองเห็นพื้นสระ
ผนังไม่ลื่น
สีเปลี่ยนทันทีหลังเติมคลอรีน
ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำที่มีแร่ธาตุสูง
หากวิเคราะห์สาเหตุผิดและเติมคลอรีนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้น้ำเสียหนักขึ้นหรือเกิดคราบโลหะบนผิวสระ
เมื่อ ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ควรตรวจอย่างน้อย 2 ค่าหลัก ได้แก่
ค่า pH
ค่า Free Chlorine
ค่าที่ตรวจได้จะช่วยบอกว่าคลอรีนยังเหลืออยู่ หรือถูกสิ่งสกปรกใช้ไปหมดแล้ว
หากค่า pH สูงเกินไป ควรปรับ pH ก่อน หากคลอรีนต่ำมากและยืนยันแล้วว่าน้ำเขียวเกิดจากตะไคร่ จึงค่อยพิจารณาช็อกคลอรีนตามปริมาตรน้ำจริง

เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียวก่อนเติมสารเคมีควรลดภาระของคลอรีนด้วยการกำจัดสิ่งสกปรกออกก่อน เช่น
ตักใบไม้
เก็บเศษแมลง
ขัดคราบตะไคร่
ทำความสะอาดตะกร้าสกิมเมอร์
ทำความสะอาดตะกร้าหน้าปั๊ม
ดูดตะกอนก้นสระ
ยิ่งมีสิ่งสกปรกในน้ำมาก คลอรีนก็จะยิ่งถูกใช้หมดเร็ว
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ควรตรวจว่าปั๊มและถังกรองทำงานได้ตามปกติหรือไม่ หากระบบกรองไม่ดี การเติมสารเคมีจะช่วยได้เพียงชั่วคราว
ควรตรวจแรงดันถังกรอง ทำ Backwash หากจำเป็น และเปิดระบบกรองให้นานเพียงพอ โดยเฉพาะหลังช็อกคลอรีนหรือขัดตะไคร่
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว และตรวจแล้วว่าน้ำเขียวเกิดจากตะไคร่ ค่า pH อยู่ในช่วงเหมาะสม และระบบกรองทำงานปกติ จึงค่อยช็อกคลอรีน
คำนวณปริมาตรน้ำให้ถูกต้อง
อ่านความเข้มข้นของคลอรีนบนฉลาก
เติมสารเคมีตามอัตราที่เหมาะสม
เติมในช่วงเย็นหรือช่วงที่แดดอ่อน
เปิดระบบกรอง
แปรงพื้นและผนังสระ
งดใช้งานสระจนกว่าค่าคลอรีนจะกลับสู่ระดับปลอดภัย
ไม่ควรคาดเดาปริมาณคลอรีนจากขนาดสระด้วยสายตา เพราะคลอรีนแต่ละชนิดมีความเข้มข้นไม่เท่ากัน
หลังแก้ปัญหาใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว เมื่อตะไคร่ตาย น้ำอาจเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น เทาขุ่น หรือมีตะกอนก้นสระ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในการแก้น้ำเขียว
ควรเปิดระบบกรองต่อเนื่อง ทำ Backwash เมื่อแรงดันสูง และดูดตะกอนออกจากสระ หากตะกอนมีจำนวนมาก ควรดูดออกทาง Waste เพื่อไม่ให้ตะกอนกลับเข้าระบบกรอง
หลังแก้ปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว เมื่อน้ำเริ่มใสควรตรวจค่าน้ำอีกครั้ง ได้แก่
pH
Free Chlorine
Total Chlorine
Total Alkalinity
CYA หากใช้คลอรีนชนิดมีสารคงสภาพ
ค่าความกระด้างตามประเภทผิวสระ
ไม่ควรให้คนลงใช้งานสระทันทีหลังช็อกคลอรีน ควรรอจนกว่าระดับสารเคมีจะอยู่ในช่วงที่เหมาะสม และสามารถมองเห็นพื้นสระได้ชัดเจน

เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว เรามีสรุปสาเหตุและเเนวทางให้ดังนี้
ลักษณะน้ำในสระ | สาเหตุที่เป็นไปได้ | จุดที่ควรตรวจสอบก่อน |
|---|---|---|
น้ำเขียวขุ่น ผนังลื่น | ตะไคร่น้ำ | pH คลอรีน การขัดสระ และระบบกรอง |
น้ำเขียวใสหลังเติมคลอรีน | โลหะในน้ำ | แหล่งน้ำ เหล็ก ทองแดง และสารจับโลหะ |
น้ำเขียวหลังฝนตก | คลอรีนลดและค่าน้ำเปลี่ยน | pH คลอรีน เศษใบไม้ และระยะเวลากรอง |
น้ำเขียวทั้งที่ตรวจพบคลอรีน | pH หรือ CYA สูง | ค่า pH ค่า CYA และ Free Chlorine |
น้ำขาวขุ่นหลังช็อกคลอรีน | ซากตะไคร่ลอยในน้ำ | ระบบกรอง การ Backwash และการดูดตะกอน |
น้ำกลับมาเขียวบ่อย | ระบบกรองหรือการดูแลไม่ต่อเนื่อง | ชั่วโมงกรอง ทรายกรอง และตารางดูแลสระ |
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ควรตรวจค่าน้ำ การเติมคลอรีนมากเกินไปอาจทำให้น้ำระคายเคือง อุปกรณ์เสื่อมเร็ว และเกิดปฏิกิริยากับโลหะในน้ำ
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ไม่ควรผสมคลอรีน กรด หรือสารเคมีสระว่ายน้ำเข้าด้วยกันโดยตรง เพราะอาจเกิดความร้อน ก๊าซพิษ หรือปฏิกิริยารุนแรง
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ไม่ควรปิดระบบกรอง เพราะสารเคมีต้องอาศัยระบบหมุนเวียนน้ำเพื่อกระจายตัว และระบบกรองต้องช่วยกำจัดซากตะไคร่ออกจากน้ำ
เมื่อใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว อาจะเป็นเพราะใช้สารกำจัดตะไคร่มากเกินไป ในสารกำจัดตะไคร่บางชนิดมีส่วนประกอบของทองแดง หากใช้มากเกินไปอาจทำให้น้ำมีสีเขียวและเกิดคราบบนพื้นหรือผนังสระ
ควรรอให้ระดับคลอรีนลดลงสู่ช่วงที่ปลอดภัย และตรวจสอบว่าน้ำใสจนสามารถมองเห็นพื้นสระได้ชัดเจนก่อนเปิดใช้งาน
การป้องกันปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ทำได้ง่ายและประหยัดกว่าการแก้น้ำเขียวทั้งสระ โดยควรดูแลดังนี้
ตรวจค่า pH และคลอรีนเป็นประจำ
เปิดระบบกรองให้เหมาะกับขนาดสระและจำนวนผู้ใช้งาน
แปรงพื้นและผนังสระทุกสัปดาห์
ดูดตะกอนและเก็บเศษใบไม้อย่างสม่ำเสมอ
ทำ Backwash และล้างไส้กรองตามรอบ
ตรวจสภาพทรายกรองและเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน
ตรวจค่าน้ำทันทีหลังฝนตกหนัก
ไม่เติมสารเคมีโดยคาดเดา
ตรวจค่า CYA เป็นระยะ
ตรวจคุณภาพน้ำต้นทาง โดยเฉพาะสระที่ใช้น้ำบาดาล

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบ หากพบอาการต่อไปนี้
ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ติดต่อกันหลายวัน
น้ำเปลี่ยนสีทันทีหลังเติมคลอรีน
ผนังหรือพื้นสระเกิดคราบสีเขียว น้ำตาล หรือดำ
ปั๊มมีเสียงผิดปกติ
น้ำไหลเวียนไม่ทั่วสระ
แรงดันถังกรองสูงหรือต่ำผิดปกติ
น้ำกลับมาเขียวซ้ำบ่อย
ไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากตะไคร่หรือโลหะ
ค่าน้ำแกว่งและปรับไม่ลง
สระใช้น้ำบาดาลหรือน้ำที่มีแร่ธาตุสูง
หาก ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว การตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจะช่วยแยกสาเหตุได้แม่นยำ และลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีผิดชนิดหรือผิดปริมาณ
เมื่อพบปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว ไม่ควรเริ่มจากการเติมคลอรีนเพิ่มทันที แต่ควรตรวจตามลำดับดังนี้
แยกให้ออกว่าน้ำเขียวเกิดจากตะไคร่หรือโลหะ
ตรวจค่า pH และคลอรีน
กำจัดเศษสิ่งสกปรกออกจากสระ
ขัดพื้นและผนัง
ตรวจปั๊ม ระบบกรอง และการหมุนเวียนน้ำ
ช็อกคลอรีนเมื่อยืนยันว่าเกิดจากตะไคร่
กรองและดูดตะกอนออก
ตรวจค่าน้ำซ้ำก่อนเปิดใช้งาน
การแก้ปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว จากต้นเหตุจะช่วยให้น้ำกลับมาใสได้เร็ว ลดการสิ้นเปลืองสารเคมี และป้องกันน้ำเขียวกลับมาเกิดซ้ำ
ไม่ควรเติมเพิ่มทันที ควรตรวจค่า pH ค่า Free Chlorine ระบบกรอง และแยกก่อนว่าน้ำเขียวเกิดจากตะไคร่หรือโลหะ หากเกิดจากโลหะ การเติมคลอรีนเพิ่มอาจทำให้น้ำเปลี่ยนสีเข้มขึ้น
เกิดขึ้นได้ น้ำบาดาลอาจมีเหล็ก แมงกานีส หรือโลหะอื่นปนอยู่ เมื่อสัมผัสคลอรีน โลหะอาจถูกออกซิไดซ์และทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีเขียว เหลือง ส้ม หรือน้ำตาล
หากน้ำเขียวเกิดจากตะไคร่ หลังช็อกคลอรีน น้ำอาจเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่นหรือเทาขุ่น เนื่องจากซากตะไคร่ลอยอยู่ในน้ำ ควรเปิดระบบกรอง ทำ Backwash และดูดตะกอนออก
ระยะเวลาเปิดระบบกรองขึ้นอยู่กับขนาดสระ สภาพน้ำ และประสิทธิภาพของปั๊มกับถังกรอง ในช่วงแก้น้ำเขียวมักต้องเปิดระบบนานกว่าการใช้งานปกติ พร้อมตรวจแรงดันและล้างกรองเมื่อจำเป็น
ไม่ควรดูจากความใสของน้ำเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจค่า pH และคลอรีนให้อยู่ในช่วงเหมาะสม รวมถึงต้องสามารถมองเห็นพื้นสระได้ชัดเจนก่อนเปิดใช้งาน
หากสระของคุณมีปัญหา ใส่คลอรีนแล้วน้ำยังเขียว หรือไม่แน่ใจว่าปัญหาเกิดจากตะไคร่ ระบบกรอง หรือโลหะในน้ำ ทีมงาน Perfect Pool พร้อมเข้าตรวจสอบค่าน้ำ วิเคราะห์สาเหตุ และวางแนวทางแก้ไขให้เหมาะกับสภาพสระจริง

เราให้บริการดูแลสระว่ายน้ำ ตรวจระบบปั๊มและถังกรอง ปรับสมดุลเคมี แก้ปัญหาน้ำเขียว น้ำขุ่น และดูแลสระแบบรายสัปดาห์ สำหรับบ้านพัก โรงแรม รีสอร์ต คอนโด หมู่บ้าน และสถานประกอบการในเชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง
